ฉันนอนอยู่บนเตียง ความคิดวนเวียนอยู่ในหัว ฉันย้อนนึกถึงวันสุดท้าย หรือบางทีอาจจะเป็นช่วงเวลาที่ผ่านมา ที่เปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง เหลือเพียงคำถามหนึ่ง คำถามที่ฉันได้ยินมาหลายครั้ง คำถามของเธอ “ทำไมเธอถึงมั่นใจนัก?”
มันเรียบง่ายมาก แค่ต้องจัดระเบียบความคิด ที่แม้ในความสับสนก็ยังส่งสัญญาณที่ชัดเจน
“ลองจินตนาการว่าเธอกำลังเดินอยู่ในความมืด มองแทบไม่เห็น ร่างกายเย็นยะเยือก แต่เธอก็เข้าใจแล้วว่านี่แหละคือโลก ไม่มีความอบอุ่นเหลืออยู่ หรืออย่างน้อยเธอก็ไม่เคยพบมัน เธอพยายามจุดไฟ แต่ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็เจอแต่ฟืนเปียกที่ไม่อาจลุกไหม้ได้ และอากาศรอบตัวก็ชื้นจนไม่มีทางให้มันแห้งได้เลย ในยามหลับ ความปลอบโยนเดียวที่เหลืออยู่คือความฝันถึงเปลวไฟ ที่ค่อยๆ ให้ความอบอุ่น ความฝันนั้นนำความร้อนเพียงพอมาให้ เพื่อไม่ให้เธอแข็งตายไปอย่างสิ้นเชิง บางครั้งเธอคิดว่าอาจจะดีกว่าถ้าได้หลับและฝันตลอดไป”
มันไม่ถูกต้องหรือ? แล้วทำไมกันนะ…
ฉันเดินอยู่ในป่านั้น แล้วเห็นเปลวไฟเล็กๆ เล็กจนแทบมองไม่เห็น แต่ช่างมีค่าจนต้องหยุดมอง “จากวันนี้ไป ฉันจะมอบพลังทั้งหมดของฉัน เพื่อให้มันลุกไหม้อยู่เสมอ เพื่อไม่ให้มันถูกทำลายโดยโลกใบนี้”
และมันก็ลุกไหม้ แรงขึ้นเรื่อยๆ มันให้ความอบอุ่นในแบบที่ฉันไม่เคยรู้สึกมาก่อน มันไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป มันคือความจริง ฉันไม่เห็นความมืดมัวอีกต่อไป เพราะแสงของมันทำให้ทุกอย่างสว่างขึ้น ฉันรู้แล้วว่าเราสองคนสามารถมีความสุขได้ เพราะมันให้ความอบอุ่นแก่ฉัน เพราะฉันจะดูแลมัน เพราะเมื่อเราอยู่ด้วยกัน ทุกอย่างก็เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ…